ไวรัสต่างๆ
และความปลอดภัย
การใช้งานไอทีโดยการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต
ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสาร
และเข้าถึงข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่อยู่ทั่วโลกได้สะดวก และรวดเร็ว
แต่ในทางกลับกันถ้าใช้งานไม่ระมัดระวัง
ขาดความรอบคอบอาจก่อให้เกิดปัญหาจากการคุกคามการหลอกลวงผ่านเครือข่ายได้
นอกจากนี้การเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมก็สร้างปัญหาด้านสังคมให้กับเยาวชนจำนวนมาก
ดังนั้นการเรียนรู้การใช้งานไอทีได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
ภัยคุกคามที่มาจากมนุษย์นั้นมีหลากหลายวิธี
โดยมีการตั้งแต่การใช้ความรู้ขั้นสูงด้านไอทีไปจนถึงวิธีการที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้
และความสามารถทางเทคนิคเช่น
1.การคุกคามโดยใช้หลักจิตวิทยา
เป็นการคุกคามที่ใช้การหลอกลวงเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการโดยไม่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญด้านไอที
เช่น การใช้กลวิธีในการหลอกเพื่อให้ได้รหัสผ่านหรือส่งข้อมูลที่สำคัญให้
โดยหลอกว่าจะได้รับรางวัลแต่ต้องทำตามเงื่อนไขที่กำหนด
แต่ต้องป้องกันได้โดยให้นักเรียนระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลใกล้ชิดหรือบุคคลอื่น
2.การคุกคามด้วยเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
ข้อมูลและเนื้อหาที่มีอยู่ในแหล่งต่างๆบนอินเตอร์เน็ตมีจำนวนมากเพราะสามารถสร้าง
และเผยแพร่ได้ง่าย ทำให้ข้อมูลอาจไม่ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสม
ดังนั้นข้อมูลบางส่วนอาจก่อให้เกิดปัญหากับนักเรียนได้ตัวอย่างแหล่งข้อมูลและเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
เช่น แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงการยุยงให้เกิดความวุ่นวายทางสังคม
การพนัน สื่อลามกอนาจาร เนื้อหาหมิ่นประมาท การกระทำที่ผิดต่อกฎหมายและจริยธรรมข้อมูลและเนื้อหาเหล่านี้สามารถเข้าถึงได้ง่ายและยากต่อการป้องกัน
กรอกข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
เพราะข้อมูลที่ไม่เหมาะสมส่วนใหญ่มักมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง
ดังจะเห็นได้จากการใช้งานแอพพลิเคชั่นเว็บไซต์ และสื่อบางประเภท
นอกจากนี้อาจมีข้อมูลที่ไม่เหมาะสมนั้นปรากฏขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติถึงแม้ว่า
แอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์นั้นเป็นของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือก็ตาม
เช่นเว็บไซต์หน่วยงานราชการ บริษัทชั้นนำ ดังนั้นนักเรียนควรจะใช้วิจารณญาณในการเลือกรับหรือปฏิเสธข้อมูลเหล่านั้น
3. การคุกคามโดยใช้โปรแกรม
เป็นการคุกคามโดยใช้โปรแกรมเป็นเครื่องมือสำหรับก่อปัญหาด้านไอที
โปรแกรมดังกล่าวเรียกว่า มัลแวร์ (malicious software
: malware) ซึ่งมีหลายประเภทเช่น
ไวรัสคอมพิวเตอร์
(computer
virus) คำที่เขียนด้วยเจตนาร้าย
อาจทำให้ผู้ใช้งานเกิดความรำคาญหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลหรือระบบ
โดยไวรัสคอมพิวเตอร์จะติดมากับไฟล์ และสามารถแพร่กระจายเมื่อมีการเปิดใช้งานไฟล์
เช่น ไอเลิฟยู ( ILOVEYOU), เมลิสซา (Melissa)
เวิร์ม
(worm)
หรือที่เรียกกันว่า หนอนคอมพิวเตอร์
เป็นโปรแกรมอันตรายที่สามารถแพร่กระจายไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในเครือข่ายได้ด้วยตนเอง
โดยใช้วิธีหาจุดอ่อนของระบบรักษาความปลอดภัย
แล้วแพร่กระจายไปบนเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว และก่อให้เกิดความเสียหายที่รุนแรง
เช่น โค้ดเรด (Code Red) ที่มีการแพร่ในเครือข่ายเว็บของไมโครซอฟท์ในปี พ. ศ. 2544 ส่งผลให้เครื่องแม่ข่ายทั่วโลกกว่า 2
ล้านเครื่องต้องหยุดให้บริการ
ประตูกล (Backdoor/t rapdoor) เป็นโปรแกรมที่มีการเปิดช่องโหว่ไว้เพื่อให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าไปคุกคามระบบสารสนเทศ
หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านทางระบบเครือข่ายโดยที่ไม่มีใครรับรู้
บริษัทรับจ้างพัฒนาระบบสารสนเทศบางแห่งอาจจะติดตั้งประตูบนไว้
เพื่อดึงข้อมูลหรือความลับของบริษัทโดยที่ผู้ว่าจ้างไม่ทราบ
ม้าโทรจัน
(trojan
horse virus) เป็นโปรแกรมที่มีลักษณะคล้ายโปรแกรมทั่วไปเพื่อหลอกลวงให้ผู้ใช้ติดตั้ง
และเรียกใช้งาน
แต่เมื่อเรียกใช้งานแล้วก็จะเริ่มทำงานเพื่อสร้างปัญหาต่างๆตามผู้เขียนกำหนด
เช่นทำรายข้อมูล หรือล้วงข้อมูลที่เป็นความลับ
ระเบิดเวลา (Logic Bomb) เป็นโปรแกรมอันตรายที่จะเริ่มทำงาน
โดยมีตัวกระตุ้นบางอย่าง หรือกำหนดเงื่อนไขการทำงานบางอย่างขึ้นมา เช่น App ส่งข้อมูลออกไปยังเครื่องอื่นๆ
หรือลบไฟล์ข้อมูลทิ้ง
โปรแกรมดักจับข้อมูลหรือ
สปาย์แวร์ (Spyware) เป็นโปรแกรมที่แอบขโมยข้อมูลของผู้ใช้ระหว่างใช้งานคอมพิวเตอร์
เพื่อนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์ต่างๆ เช่น เก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตเพื่อนำไปใช้ในการโฆษณา
เก็บข้อมูลรหัสผ่านเพื่อนำไปใช้ในการโอนเงินออกจากบัญชีผู้ใช้
โปรแกรมโฆษณาหรือแอดแวร์
( advertising
Supported Software : adware) เป็นโปรแกรมที่แสดงโฆษณา
หรือดาวน์โหลดโฆษณาอัตโนมัติหลังจากที่เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นติดตั้งโปรแกรมที่มี
แอดแวร์ อยู่ นอกจากนี้แอดแวร์บางตัวอาจจะมี Spyware ที่คอยดักจับข้อมูลของผู้ใช้งานเอาไว้เพื่อส่งโฆษณาที่ตรงกับพฤติกรรมการใช้งาน
ทั้งนี้อาจจะสร้างความรำคาญให้กับผู้ใช้งาน เนื่องจากโฆษณาจะส่งมาอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่ผู้ใช้ไม่ต้องการ
โปรแกรมเรียกค่าไถ่
(ransomware)
เป็นโปรแกรมขัดขวางการเข้าถึงไฟล์ข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์
หรือโทรศัพท์มือถือด้วยการเข้ารหัส จนกว่าผู้ใช้จะจ่ายเงินให้ผู้เรียกค่าไถ่
จึงจะได้รับรหัสผ่านเพื่อที่จะสามารถใช้งานไฟล์นั้นได้ เช่น คริปโตล็อกเกอร์ (CryptoLocke)
ในปี พ.ศ. 2556
ที่มีการเผยแพร่กระจายไปทุกประเทศทั่วโลกผ่านไฟล์แนบในอีเมล์ และ วันนาคราย
(wannacry) ในปี พ.ศ. 2560
ที่แพร่กระจายได้ด้วยวิธีเดียวกับเวิร์ม
แนวคิดหนึ่งที่ใช้สำหรับการป้องกันภัยคุกคามด้านไอทีคือการตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน ก่อนการเริ่มต้นใช้งาน
การตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานสามารถดำเนินการได้ 3 รูปแบบดังนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น